จรัญเอสโซซิเอทส์ (Charan Associates)

บทความ

Blue LED สิ่งประดิษฐ์จากนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลประจำปี 2557 คนที่ 2: ชูจิ นาคามูระ

20-02-2558 10:42:13น.

รู้จักนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลประจำปี 2557 คนที่ 2: ชูจิ นาคามูระ

หลังจากที่วิชาการดอทคอมได้แนะนำ "อาจารย์ปู่" ศาสตราจารย์อิซามุ อะคาซากิ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2557 ท่านแรกไปเรียบร้อยแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/501061)

คอลัมน์นี้ก็ถึงคิวของ "คุณชายกลาง" ผู้มีอาวุโสสูงเป็นลำดับที่สองในวัยหกสิบปี "ศาสตราจารย์ชูจิ นาคามูระ" (Shuji Nakamura) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ซานตา บาร์บารา เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2557 คนที่ 2 ผู้เป็นที่รู้จักกันในวงการเทคโนโลยีในฐานะ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์" จากสงครามแข่งขันการประดิษฐ์ ไดโอดเปล่งแสงสีน้ำเงิน หรือ Blue LED

                             ชูจิ นาคามูระ, blue LED, รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์                                                     ชูจิ นาคามูระ, blue LED, รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
              ศาสตราจารย์ชูจิ นาคามูระ หนึ่งในสามผู้ได้รับ                                    "คุณชายกลาง" เมื่อครั้งยังเยาว์วัย
               รางวัลโนเบลจากการประดิษฐ์ Blue LED [1]                        ศาสตราจารย์นาคามูระขณะที่อยู่ที่บริษัท Nichia [2]

ย้อนไปในช่วงปี 1990 กลุ่มวิจัยของ "อาจารย์ปู่" ศาสตราจารย์อะคาซากิสามารถประดิษฐ์ p-type แกลเลียมไนไตรด์ได้ โดยการใช้ลำอิเล็กตรอนฉายลงไปบนแกลเลียมไนไตรด์ที่ถูกกระตุ้นด้วยแมกนีเซียมซึ่งทำให้การประดิษฐ์ไดโอดเปล่งแสงสีน้ำเงินเป็นไปได้ 

แต่วิธีนี้ยังไม่เหมาะกับการผลิต Blue LED ออกมาเป็นจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรมและหลักการทางฟิสิกส์ของกระบวนการก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจการแข่งขันการประดิษฐ์ไดโอดเปล่งแสงสีน้ำเงินจึงยังไม่จบลงจนกระทั่งพนักงานเพียงคนเดียวของแผนกวิจัยและพัฒนา (ทั้งแผนกมีอยู่หนึ่งคน) ของบริษัทเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก

ในโตกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่นสร้างปรากฏการณ์ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์" แก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ หลังจากที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Hewlett Packard หรือ Sony พยายามมายี่สิบปีแต่ไม่ได้ผล

วิธีที่ "แจ็ค" ของเราหรือ "คุณชายกลาง" นาคามูระใช้ก็คือ doping method ด้วยการอบ (thermal annealing) เข้าช่วยทำให้ลดราคาการผลิตลงและสามารถผลิต Blue LED จำนวนมากในระดับอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้ "คุณชายกลาง" และผองเพื่อนร่วมงานยังสามารถอธิบายหลักการทางฟิสิกส์ที่อยู่เบื้องหลังการประดิษฐ์ Blue LED ได้อีกด้วย

แต่การ "ฆ่ายักษ์" ของ "แจ็ค" ครั้งนี้ก็ใช้เวลาเป็นสิบปี และกว่าจะฆ่ายักษ์ (หรือจริงๆ คือเลือกยักษ์ให้ถูกตัว)ได้สำเร็จ "แจ็ค" ก็เกือบจะถอดใจ

ระหว่างสิบปีแรกที่บริษัท Nichia "ผมทำงานสิบสองชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่ออาทิตย์ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์"

"คุณชายกลาง" เล่าในระหว่างการให้สัมภาษณ์ "แต่หน้าที่การงานก็ไม่ค่อยก้าวหน้า"

ในช่วงทศวรรษแห่งความทรมาน "คุณชายกลาง" สร้างสิ่งประดิษฐ์สำเร็จสองชิ้น แต่บริษัทที่ใหญ่กว่าก็ผลิตสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นออกมาได้พร้อมๆ กัน ทำให้ยอดขายของ Nichia ซึ่งเป็นบริษัทเล็กๆ ต่ำมาก พนักงานของแผนกวิจัยและพัฒนาของ "คุณชายกลาง" จากสามคนก็ลดลงเหลือแค่คนเดียว เมื่อมาถึง Blue LED ซึ่งเป็นความฝันผู้บังคับบัญชาโดยตรงบอกกับ "คุณชายกลาง" ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่และทีมของมหาวิทยาลัยดังๆ จำนวนมากยังล้มเหลว "คุณชายกลาง" จึงตรงเข้าไปพบประธานบริษัทเพื่อขอเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาทำงานวิจัยเกี่ยวกับ Blue LED

และประธานบริษัทก็ไฟเขียวให้ "คุณชายกลาง" ลงมือได้

"(เขาตอบว่า) แน่นอน ไม่มีปัญหา" ศาสตราจารย์นาคามูระเล่า "ผมแปลกใจมาก"

และในที่สุดทศวรรษของความทรมานของ "คุณชายกลาง" ก็จบลง การผลิต LED ในระดับอุตสาหกรรมก็สำเร็จ

                    ชูจิ นาคามูระ, blue LED, รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์                          ชูจิ นาคามูระ, blue LED, รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์  
                "คุณชายกลาง" และ ศาสตราจารย์ Herbert Kroemer                    ขนาดของเลเซอร์ไดโอดที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์
             เพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ซานตา บาร์บารา               เปรียบเทียบกับเหรียญเพนนีและขนาดชิป
                ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เหมือนกัน [3]                     เลเซอร์ไดโอดเปรียบเทียบกับปลายเข็ม [4]

ศาสตราจารย์ Herbert Kroemer เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี 2000 เล่าถึงการเข้าฟังการบรรยายของ "คุณชายกลาง" ในเบอร์ลินในปี 1994 ว่าเมื่อเห็น "คุณชายกลาง" แสดงรูปภาพประกอบการบรรยายบนแผ่นสี่เหลี่ยมที่ประดิษฐ์จาก LED ศาสตราจารย์ Kroemer ก็หันไปพูดกับเพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างๆ ว่า "สิ่งที่เราเห็นที่นี่คือจุดจบของหลอดไฟ (ธรรมดา) เราไม่ได้กำลังพูดถึงประดิษฐ์หลอดไฟให้ดีขึ้น แต่เรากำลังจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน"

ถัดจากไดโอเปล่งแสงสีน้ำเงิน "คุณชายกลาง" ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับไดโอดเปล่งแสงสีเขียว และหลอดไฟ LED เปล่งแสงขาว สิ่งประดิษฐ์ของ he ยังรวมไปถึง blue laser diodes ซึ่งอยู่ใน Blu-ray discs และ HD DVD

"สิ่งที่ผมทำได้สำเร็จแสดงให้เห็นว่าใครก็ตามต่อให้มีประสบการณ์ในสาขาวิจัยน้อย ไม่มีเงินเยอะ และไม่มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือบริษัทอื่นๆ เลย ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเองถ้าไม่ยึดติดกับความคิดหรือความรู้ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมากจนเกินไป" คุณชายกลางหรือศาสตราจารย์นาคามูระเล่า

ในภายหลัง "คุณชายกลาง" ย้ายมาพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ซานตา บาร์บารา และมีสิ่งประดิษฐ์จดทะเบียนลิขสิทธิ์มากกว่า 100 ชิ้น และในที่สุด ในปี 2014 ยี่สิบปีหลังการถือกำเนิดของ Blue LED "คุณชายกลาง" ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ร่วมกับ "อาจารย์ปู่" ศาสตราจารย์อะคาซากิและศิษย์คือศาสตาราจารย์อามาโนะ

"หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" คอลัมน์นี้จึงอยากขอแสดงความยินดีกับ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์" ผู้ไม่มีคำว่ายอมแพ้ด้วยนะคะ



อาจารย์ ดร. ปนัดดา เดชาดิลก
อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


แหล่งอ้างอิงและเครดิตภาพ
[1] http://www.nobelprize.org/nobel_prizes/physics/laureates/2014/nakamura-facts.html
[2 ]http://web.archive.org/web/20040622091918/http://www.sciencewatch.com/jan-feb2000/sw_jan-feb2000_page4.htm
[3] http://www.news.ucsb.edu/2014/014430/ucsb-materials-professor-shuji-nakamura-wins-nobel-prize
[4] http://en.wikipedia.org/wiki/Laser_diode#mediaviewer/File:Diode_laser.jpg
[5] http://en.wikipedia.org/wiki/Shuji_Nakamura